การขนส่งสำหรับธุรกิจออนไลน์

การขนส่งสำหรับธุรกิจออนไลน์ ถือว่าเป็นสิ่งที่หลีกหนีกันไม่พ้น

เพราะ เมื่อมีการขายก็ต้องมีการขนส่งกันเป็นธรรมดา แต่จะ ส่งแบบไหน ให้ถึงมือลูกค้าต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่ใช่ว่าใครก็สามารถที่จะการส่งพัสดุได้ และไม่ใช่ว่าเราจะส่งพัสดุให้ลูกค้าได้เองอีกต่างหาก เราจึงต้องพึ่งพา ธุรกิจขนส่งที่ปัจจุบันเกิดขึ้นมามากมาย จนแทบไม่รู้ว่า รายไหนดี หรือไม่ดี เพราะ ผลตอบรับ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรา ลองคิดดูเล่น ๆ ว่า ลูกค้าซื้อสินค้าของเราไป และสินค้าของเราเป็นของดีที่ ใคร ๆ ต่างก็บอกต่อ และอยากใช้ทั้งนั้น แต่ เมื่อขาย และส่งผ่านขนส่งรายหนึ่ง กลับไม่มีลูกค้าสั่งซื้อเพิ่มเลย เพราะเราไม่ได้ผลตอบรับจากลูกค้า ซึ่งส่วนหนึ่ง หากพูดกันแบบไม่เข้าข้างใคร มันอาจจะมาจากขนส่งก็ได้ เพราะลูกค้า ไม่มีทางรู้เลยว่า เรา กับขนส่งเป็น รายเดียวกัน หรือเปล่า เพราะ ขนส่งเสมือนเป็นตัวแทนสินค้าของเราเมื่อไปส่งสินค้าให้ลูกค้านั่นเอง

สำหรับธุรกิจออนไลน์แล้ว ขนส่งจึงเป็นของที่คู่กันจนแยกกันไม่ออกเสียด้วยซ้ำว่า มันเป็นตัวแทนสินค้าของเรา หากดีก็ดีไป หากไม่ดี ผลกระทบมันก็จะส่งกลับมาถึงยอดขายของเราไปด้วย ถึงแม้เราจะไม่ได้ฟีดแบ็คจากลูกค้ามาก็ตาม การเลือกขนส่งที่ดีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะไม่ใช่แค่สร้างความสะดวกให้กับเราแต่มันหมายถึงต้องสร้างความสะดวกให้ลูกค้าของเราต่างหาก โดยเฉพาะการส่งพัสดุ แบบเก็บเงินปลายทาง ที่เราต้องคอยลุ้นว่า เราจะโดนเก็บสองครั้งจากการส่งหรือเปล่า เพราะ อย่างที่เรารู้กันคือ ใคร ๆ ต่างก็ชอบที่จะเลือกซื้อของแบบเก็บเงินปลายทางเพราะไม่มีความเสี่ยง แต่คนที่เสี่ยงคือ เจ้าของร้านขายของออนไลน์นี่แหละ ลองคิดดูว่า หาก มีคนสั่งสินค้ามาแล้ว และ เก็บเงินปลายทาง แต่เกิดเปลี่ยนใจไม่อยากได้ขึ้นมา เลยทำเนียนปิดเครื่อง หากเป็นแบบนี้ ขนส่งก็ต้องพาสินค้ากลับ และ เราอาจจะต้องโดนค่าส่งสองครั้งอีกต่างหาก

ส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง

การขนส่งสำหรับ การขายออนไลน์ จึงเป็นของคู่กัน และ หนีกันไปไม่พ้น แต่ ขนส่งก็ช่วยให้การขายของของเราสะดวกขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะ หลาย ๆ ขนส่ง มักจะมีบริการที่ ช่วยไปรับสินค้าถึงบ้าน เช่น หากเราอยู่ในกรุงเทพ และ จะส่งของไปหลาย ๆ จังหวัด ครั้งละหลาย ๆ ชิ้นด้วย อย่างการเลือกใช้ shipjung ที่มีบริการรับสินค้าถึงบ้าน ซึ่งเป็นการช่วยลดเวลาในการเดินทางของเราได้มากทีเดียว นอกจากนี้ หากเราเข้าใช้บริการระบบต่าง ๆ ในเว็บ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเช็คค่าส่งล่วงหน้า หรือ เข้าไปดูรายละเอียดต่าง ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ของลูกค้าของเรา เช่น ระบบการติดตามสินค้า ที่จะช่วยลดภาระในการตอบคำถามกับลูกค้าของเรา ได้เป็นอย่างมาก

สำหรับรูปแบบการขนส่งที่เราก็คงจะชินกันอยู่แล้วหากเลือกที่จะขายของออนไลน์คือ ส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง บริการที่เหมือนจะเป็นโปรโมชั่นให้ลูกค้า หรือหากไม่มีการเก็บเงินปลายทาง มันเหมือนเป็นการตัดโอกาสการขายเพราะแทบจะทุกที่ แทบจะทุกเว็บมักชูเรื่องเก็บเงินปลายทาง มาล่อใจลูกค้าแทบทั้งนั้น เพราะหากเราไม่มีบริการนี้ด้วย ถึงแม้มีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่เพื่อยอดขายมันก็คุ้มค่าเหมือนกัน แต่การส่งในรูปแบบอื่น ๆ ใช่ว่าจะไม่มีเพราะ หากเป็นลูกค้าที่เคยค้ากันมา หรือส่งแล้วสักครั้ง ครั้งถัด ๆ ไปก็มักที่จะโอนเงินมาจ่ายค่าสินค้าก่อนแทบทั้งนั้น

การเลือกขนส่ง เป็นสิ่งที่สำคัญอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เพราะ อย่าบอกว่าเราจะขายสินค้าของเราเฉพาะในกรุงเทพที่มีการแข่งขันสูงเท่านั้น แต่หากเราต้องขายของไปหลาย ๆ ที่ทั่วประเทศ เราคิดว่าขนส่งแบบไหนที่จะช่วยเราได้ อันนี้ไม่ขอตอบแทนดีกว่าเดี๋ยวจะมาคุยกันต่อ เพราะ ลองคิดดูว่า หากเราเลือกขนส่งที่มีเครือข่ายน้อย การส่งของไปไกล ๆ มันย่อมที่จะต้องใช้เวลาที่เพิ่มขึ้น แล้วผลตอบรับจากลูกค้าของเราละ หากเรายืนยันกับลูกค้าเสียงหนักแน่นว่าไม่เกินสามวัน แต่เพราะขนส่งที่เราเลือกมีเที่ยวไม่พอ มีคู้ค่าที่น้อยราย และมีปัญหาสารพัดในการโอนเงินกลับมาให้เรา เราคิดว่าเราจะโตไปกับขนส่งแบบนี้ได้หรือเปล่า

แต่หากขนส่งที่เราใช้บริการเป็นเสมือนตัวแทนของขนส่งหลาย ๆ ราย ที่เราสามารถเข้าไปดู เข้าไปค้นผ่านขนส่งตัวแทนเพื่อที่จะได้ขนส่งที่ใช่ที่สุด และยังมีระบบติดตามสินค้าให้กับเรา และเรายังสามรรถ เลือกได้ว่า เราจะใช้บริการขนส่งไหนเพื่อให้ไปส่งสินค้าที่ไหนได้อีก แบบนี้ เราจะเลือกขนส่งแบบไหน ที่จะสร้างยอดขาย และช่วยเราในการกระจายสินค้า คงไม่ต้องบอกนะว่าสุดท้ายแล้วเราจะเลือกขนส่งแบบไหนที่จะมาส่งพัสดุให้เรา คงไม่ต้องบอกว่า เราจะไว้ใจขนส่งรายไหนที่จะเก็บเงินปลายทางมาให้เรา และสร้างความประทับใจให้ลูกค้าแทนเรา และ ส่งมอบเงินค่าสินค้าให้เราได้ดี สิ่งเหล่านี้คงไม่ต้องบอก เพราะ ลูกค้าขนส่งอย่างเราต้องเลือกและลองเองเท่านั้นจึงจะรู้ว่า ขนส่งแบบไหนที่จะใช่  สำหรับธุรกิจออนไลน์  สำหรับ แม่ค้าออนไลน์ที่แสนจะขี้เกียจแบบเรา