วิธีหาคน ช่วย ลงทุน

“รวย” เชื่อว่าคำนี้เป็นคำที่หลายๆคนชอบ เพราะว่าใครๆก็คงจะอยากรวยกันทั้งนั้น แต่จะรวยด้วยวิธีไหนดีละ แน่นอนว่าวิธีหนึ่งที่จะทำให้เกิดความรวยได้นั่นก็คือ การทำธุรกิจนั่นเอง ซึ่งการทำธุรกิจนั้นสามารถช่วยให้คนธรรมดานั้นกลายเป็นเศรษฐีเงินล้านขึ้นมาได้ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายขนาดนั้นแน่ๆ เพราะการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเสมอ สำหรับบางคนถ้าทำไม่ดีจริงก็อาจจะทำให้เจ็บตัวถึงขั้นหมดเงินจนหมดตัวไปเลยก็เป็นได้ ดังนั้นในการทำธุรกิจเราควรศึกษาและมีการวางแผนเตรียมการเป็นอย่างดี และสำหรับการทำธุรกิจนี้ไม่ใช่มีแต่ความตั้งใจเท่านั้น สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งเลยนั่นก็คือ การมีเงินในการลงทุน สำหรับบางคนเราเห็นว่าทำไมเขามีเงินน้อยแต่รวยเร็ว และเขาหาเงินมาลงทุนจากที่ไหนกันละ ถ้าเราเป็นคนหนึ่งที่อยากจะทำธุรกิจ มีไอเดียในการทำธุรกิจ แต่เงินทุนไม่พอแล้วละก็ บทความนี้จะขอนำเสนอวิธีในการหาเงินลงทุนทำธุรกิจว่าจะมีวิธีไหนได้บ้าง

เริ่มกันที่วิธีแรก เป็นวิธีพื้นฐานเลยสำหรับคนมีเงินทุนน้อยนั่นก็คือ การกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่งการกู้ยืมนั้นอาจจะต้องเอาหน้าที่การงานประจำที่มีเงินเดือนเป็นประกัน หรือเอาหลักทรัพย์ที่มีอยู่หรือหาคนค้ำเป็นประกันในการกู้ยืม ซึ่งวิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่ทำกันเยอะ แต่จะมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก เนื่องจากเราจะต้องเป็นหนี้ และจะต้องเอากำไรที่ได้จากการประกอบการมาเป็นเงินทุนในการใช้หนี้หรือถ้าเราทำธุรกิจแล้วเกิดการขาดทุนนั่นหมายความว่าเราจะเป็นหนี้เพิ่มมากขึ้นอีก เพราะฉะนั้นวิธีนี้ควรจะเหมาะกับคนที่มีการวางแผนธุรกิจมาอย่างดีที่คาดว่าจะสำเร็จได้แน่

วิธีที่สอง คือ การหาเงินทุนจากคนใกล้ตัว เช่น พ่อ แม่หรือเพื่อนสนิท โดยให้เขามาเป็นหุ้นส่วนในการลงทุนและมีการตกลงในการแบ่งผลประโยชน์กัน วิธีนี้ถือเป็นวิธีที่ง่ายในการหาคนมาช่วยลงทุนแต่ก็มีต้องมีความซื่อสัตย์และไว้เนื้อเชื่อใจกัน ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดปัญหาภายหลังได้

วิธีที่สาม คือหาคนช่วยลงทุนที่เป็นนักลงทุนอิสระ หรือ Angel investor ซึ่งนักลงทุนประเภทนี้จะใช้เงินส่วนตัวในการลงทุน เพราะฉะนั้นจึงเหมาะกับธุรกิจที่มีการลงทุนไม่สูงมากนัก และจะคอยทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาในการทำธุรกิจกับคุณ แค่ไอเดียในการทำธุรกิจของคุณต้องเป็นที่น่าดึงดูดในการลงทุนก็มีโอกาสที่เขาจะช่วยเหลือแล้ว

วิธีที่สี่ คือหาเงินทุนจากผู้ร่วมลงทุน หรือ VC ซึ่งผู้ร่วมลงทุนนี้จะเป็นในรูปแบบขององค์กรที่จะทำหน้าที่เป็นเหมือนหุ้นส่วนกับเราอย่างแท้จริง โดยการที่จะได้VCเข้ามาร่วมลงทุนนั้น ธุรกิจของคุณจะต้องมีไอเดียที่เจ๋งและมีความคาดว่าจะใช้ได้จริง มีกำไรจริง ถึงจะเป็นที่ดึงดูดของVC

และวิธีสุดท้ายที่อยากจะนำเสนอก็คือการระดมทุนจากคนทั่วไป  ไม่ว่าจะเป็นแบบขอบริจาค แลกกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ขอกู้ หรือแบ่งหุ้นก็ตาม โดยระดมผ่านอินเตอร์เน็ต โซเชี่ยลมีเดีย เป็นต้น

เห็นหรือไม่ว่าวิธีการในหาแหล่งเงินทุนหรือคนช่วยลงทุนนั้นมีหลายวิธี แต่สิ่งสำคัญเลยก็คือ คุณจะต้องมีไอเดียธุรกิจที่เจ๋ง มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ทุ่มเทให้กับธุรกิจจริงๆ ถ้าคุณมีครบรับรองได้เลยว่าเงินล้านอยู่ไม่ไกลตัวคุณแน่ๆ

สินค้าลดราคาเพราะอะไร

Sale!! คำนี้เป็นคำสั้นๆแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยอิทธิพลที่มีต่อจิตใจคนอย่างมาก เชื่อว่าหลายๆคนเมื่อเห็นคำนี้ที่ไหนขึ้นมา ก็คงจะตาลุกวาวและรีบวิ่งเข้าหาป้ายที่มีคำนี้ทันที โดยเฉพาะกุลสตรีผู้รักการช้อปปิ้งแล้วด้วยละก็… การลดราคาหรือการติดป้ายSaleนี้ เป็นรูปแบบของการส่งเสริมการขายที่เป็นที่นิยมของนักการตลาดหรือผู้ประกอบการมายาวนาน  สาเหตุที่รูปแบบของการส่งเสริมการขายนี้ยังเป็นวิธีที่ดีสำหรับนักการตลาดอยู่ก็คือ

1.  การลดราคาสามารถสร้างความดึงดูดใจให้กับลูกค้าที่พบเห็นในขณะนั้นได้ สามารถเรียกร้องความสนใจตั้งแต่แรกเห็นและทำให้ลูกค้าที่ไม่เคยเป็นลูกค้าของแบรนด์หรือไม่เคยรู้จักแบรนด์ หันมาสนใจ       แบรนด์ได้ นับว่าเป็นการโฆษณาแบรนด์สินค้าไปในตัว

2.  เป็นการเพิ่มยอดขาย โดยการขายสินค้าให้ราคาถูกลงแต่เน้นในปริมาณที่เพิ่มขึ้น เมื่อขายได้ในปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้น ก็ย่อมทำให้ยอดขายและกำไรก็มีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นตามไปด้วย

3.  เป็นการสกัดคู่แข่งวิธีหนึ่ง ถ้าคู่แข่งของเรามีชื่อเสียงของแบรนด์และคุณภาพของสินค้าอยู่ในระดับเดียวกันกับแบรนด์ของเรา ถ้าเรามีการลดราคาก็จะสามารถดึงดูดลูกค้าให้หันมาสนใจแบรนด์ของเรามากกว่าแบรนด์ของคู่แข่ง

4.  เป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าหันมาสนใจในโฆษณาของแบรนด์ได้ โดยการสร้างความสนใจจากการลดราคา เมื่อลูกค้าหรือผู้บริโภคพบเห็นการลดราคาในโฆษณาก็จะเกิดการสนใจในโฆษณานั้น และสนใจในแบรนด์นั้นมากขึ้น

5.  เป็นการส่งเสริมการบอกต่อของแบรนด์ให้เกิดขึ้น เป็นธรรมชาติของคนรุ่นใหม่ยุคดิจิตอล เมื่อมีการรับรู้ของสินค้าที่ตนสนใจ ก็จะมีการบอกต่อไปยังคนรู้จักที่สนใจในสินค้าเดียวกันได้รับรู้ คล้ายๆกับการตลาดแบบปากต่อปาก ซึ่งถือว่าเป็นไวรัลที่ดีต่อการขาย

6.  เป็นการสร้างความคึกครื้นให้เกิดขึ้นในร้านค้าของตนเอง การที่ร้านค้ามีการปล่อยข่าวผ่านsocial media หรือผ่านช่องทางต่างๆให้ผู้บริโภครับรู้ว่าจะมีการลดราคา ก็จะทำให้ผู้บริโภคเข้าร้านค้าเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดความคึกครื้นและเป็นจุดสนใจของผู้พบเห็น และตามหลักจิตวิทยา เชื่อว่าเมื่อลูกค้าเข้ามาในร้านแล้ว ถึงแม้ว่าลูกค้าจะตั้งใจมาซื้อเพียงสินค้าบางอย่าง แต่ถ้าเมื่อได้พบเห็นสินค้าอีกหลายอย่างที่สามารถตอบสนองลูกค้าได้ ก็มีแนวโน้มว่าลูกค้าซื้อสินค้าชนิดอื่นเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นั้นจะทำให้เพิ่มยอดขายของร้านได้มาก

7.  เป็นวิธีในการโละสินค้าค้างสต๊อกได้เป็นอย่างดี สินค้าชนิดใดมีท่าทีว่าจะขายไม่ได้หรือใกล้หมดอายุ ก็สามารถนำมาลดราคาเพื่อล้างสต๊อกสินค้าได้ อย่างที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆกับคำว่า “ลดล้างสต๊อก”นั่นเอง

จะเห็นได้ว่าการส่งเสริมการขายด้วยการลดราคาถือเป็นการเพิ่มยอดขายและเรียกลูกค้าใหม่ๆได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในยุคดิจิตอลแบบนี้ย่อมทำให้การกระจายข่าวการลดราคาเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น ถือว่าการลดราคานี้จะเป็นวิธีที่จะส่งเสริมการขายที่อยู่คู่กับนักการตลาดไปได้อีกยาวนาน

หลักการ พิจารณาว่าเราต้องการขายสินค้า หรือบริการ

หลายคนอาจจะมองว่า การทำธุรกิจนั้น ดูยุ่งยาก และมีธุรกิจ หลายประเภทให้เราได้เลือกทำ แต่ความจริงแล้ว หากคุณมองไปที่ประเภทของธุรกิจ อย่างกว้างๆ จะมีแค่  2 แบบ เท่านั้น ก็คือ การขายสินค้า หรือการให้บริการ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ หลายๆ ครั้ง ก็มีผู้ประกอบการที่นำเอา ทั้งสินค้า และบริการ มารวมไว้ในธุรกิจเดียวกัน แต่หากคุณต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง นี่คือ สิ่งที่เราอยากจะให้คุณได้อ่านก่อนที่จะตัดสินใจ เลือกว่าจะขาย สินค้า หรือบริการ

ความถนัดของคุณเอง
การทำธุรกิจ จากความถนัดของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้า หรือบริการ น่าจะทำให้ง่ายกว่าในการนำเสนอ เพราะอย่างน้อย ถึงแม้สิ่งนั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนใหญ่รู้จัก และเข้าใจ แต่เมื่อคุณถนัด และเข้าใจมากพอก็สามารถที่จะนำเสนอให้กับลูกค้าได้อย่างถูกต้อง และน่าสนใจไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการขายสินค้า หรือบริการ ก็ตาม

มีความสามารถในการผลิต หรือจัดซื้อหรือไม่
อันที่จริงแล้ว การขายสินค้านั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะเพียงแค่คุณรู้ว่าจะขายอะไร และรู้วิธีผลิต หรือจัดซื้อสินค้าเหล่านั้น ก็เพียงพอแล้วสำหรับการมองหาสินค้ามาขาย แต่ถ้าคุณไม่ชอบผลิต และไม่อยากยุ่งยากในการหาซื้อสินค้า การเป็นผู้รับบริการ น่าจะตอบโจทย์ความต้องการของคุณมากกว่า และคุณอาจจะทำหน้าที่ในการให้บริการได้ดีกว่า

มีพนักงาน หรือแรงงานมากแค่ไหน
ในธุรกิจบริการ เราปฏิเสธไม่ได้ว่า คน คืออีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้ธุรกิจ อยู่ได้หรือไม่ ไม่เพียงแต่คนที่เป็นลูกค้าเท่านั้น พนักงานของคุณก็เช่นเดียวกัน เพราะการบริการ แตกต่างจากการขายสินค้าตรงที่ หากเป็นการขายสินค้า แม้มีผู้ขายเพียงคนเดียว ก็สามารถรับมือกับลูกค้าได้ไม่ยาก เพราะสิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือ สินค้า ที่เป็นสิ่งของ แต่ในการทำธุรกิจบริการ สิ่งที่ลูกค้ามองหา คือ ความสะดวกสบาย และเป็นมืออาชีพ ซึ่งจำเป็นต้องมีพนักงานที่มากพอ ที่จะให้บริการลูกค้าได้หลายๆ คนในเวลาเดียวกัน เพื่อให้ลูกค้าเหล่านั้น ได้รับความพึงพอใจมากที่สุด

มีเงินลงทุนหรือไม่
ถ้าจะขายสินค้า เงินทุนคือ สิ่งที่สำคัญมากสำหรับการเริ่มธุรกิจ เพราะว่าหากไม่มีเงินทุน ย่อมหมายถึงว่า คุณจะไม่สามารถมีสินค้าในมือไว้ให้ลูกค้าได้มาซื้อได้เลย แตกต่างกับการบริการ เพราะต่อให้ไม่มีทุน แต่มีแรง มีความคิดสร้างสรรค์ คุณสามารถนำสิ่งเหล่านี้ออกมาขายให้กับลูกค้าได้ก่อน และค่อยรับเงินทีหลัง ก็ยังได้

จากหลักการที่เรานำมาเสนอ เชื่อว่าหลายคนอาจจะพอมองออกแล้วว่า ตัวเองต้องการที่จะประกอบธุรกิจแนวไหน และไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้า หรือบริการ หากคุณเลือก และมีการวางแผนในการประกอบธุรกิจเป็นอย่างดี ก็ย่อมที่จะประสบความสำเร็จได้ไม่ยากเช่นเดียวกัน