ต้นทุนไม่มากก็เริ่มต้นธุรกิจได้ 5 เทคนิคการเป็นเจ้าของธุรกิจที่ไม่ว่าใครก็ทำได้

Business

เป็นโชคดีที่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีต่างๆทำให้ไม่ว่าใครก็สามารถเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองได้ ตรงกันข้ามกับในยุคก่อนที่การทำธุรกิจเองนั้น จำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก รวมทั้งอาจต้องมีการกู้เงินจากแบงค์เพื่อไปสร้างธุรกิจ ซึ่งนั่นก็หมายถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นด้วย แต่ในปัจจุบันนั้น เราสามารถทำธุรกิจของตัวเองได้เพียงแค่ใช้เงินทุนส่วนตัวเพียงเล็กน้อย โดยสามารถเริ่มจากจุดเล็กๆ และค่อยๆขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน  โดยเทคนิคการเริ่มธุรกิจด้วยต้นทุนน้อยจะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันค่ะ

  1. ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

การที่จะเริ่มต้นธุรกิจด้วยต้นทุนต่ำนั้น เราจำเป็นจะต้องลดต้นทุนทุกอย่างให้ถูกที่สุด แต่ต้นทุนที่จะสามารถลดได้นั้น ต้องเริ่มจากต้นทุนที่ไม่จำเป็นก่อนค่ะ เช่น ค่าใช้จ่ายหน้าร้านที่อาจเปลี่ยนเป็นเป็นการขายแบบออนไลน์ที่ช่วยลดต้นทุนเรื่องค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าตกแต่งร้านลงไปได้มาก  ขณะที่การส่งสินค้าก็อาจจะใช้บริการไปรษณีย์หรือบริษัทส่งของอื่นๆที่จะช่วยลดต้นทุนได้ดีกว่าส่งเองค่ะ

  1. ใช้คนและของที่มีอยู่ให้มากที่สุด

สำหรับการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง ควรเลือกที่จะให้ของที่มีอยู่แล้วให้มากที่สุด เพื่อลดต้นทุนในการเริ่มต้น เช่น หากคุณทำธุรกิจที่เกี่ยวกับขนม หรืออาหาร ก็อาจใช้อุปกรณ์บางส่วนของของที่มีอยู่แล้ว ซึ่งสามารถใช้ด้วยกันได้ และสามารถลดค่าใช้จ่ายลงไปได้เยอะ นอกจากนี้ ในการทำงานด้านอื่นๆ อย่างเช่นการบรรจุสินค้า การส่งสินค้า ก็ควรทำด้วยตัวเองหรือขอความช่วยเหลือจากคนในบ้านดีกว่าจ้างคนเข้ามาทำงานค่ะ

  1. ใช้เทคโนโลยีช่วยประหยัดต้นทุน

สำหรับเทคโนโลยีปัจจุบันนั้น สามารถรช่วยลดต้นทุนให้คนรุ่นใหม่ทำงานได้ง่ายขึ้นมาก  ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านค้าแบบออนไลน์ หรือการใช้เวปไซต์ช็อปปิ้งที่มีผู้ซื้ออยู่เป็นจำนวนมาก แถมยังไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัครอีกด้วย  นอกจากนี้ ในการติดต่อซื้อขายกับลูกค้านั้น ก็ยังสามารถคุยกันผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆ อย่างไลน์ หรือการอินบ็อกซ์ต่างๆ ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนในการสื่อสารอย่างค่าโทรศัพท์ลงไปได้ค่ะ

  1. จ้างงานในบางเรื่อง

ถึงแม้ว่าการทำเองจะช่วยประหยัดต้นทุนลงไปได้มาก แต่หลายๆครั้งการจ้างคนอื่นๆทำก็สามารถประหยัดต้นทุนในมากกว่าในบางเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่ตัวเองไม่ถนัดค่ะ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังสามารถประหยัดเวลาในการทำลงได้ด้วย ซึ่งก็ถือเป็นวิสัยทัศน์ของคนเป็นเจ้าของธุรกิจในการตัดสินใจว่า ทางเลือกแบบไหนที่จะเหมาะกับธุรกิจของตัวเองมากที่สุด